ภาพการ์ตูนประกอบบทความ โครงสร้างบัญชี Google Ads: บัญชีแอดโตจนจัดการยาก

Google Ads

โครงสร้างบัญชี Google Ads ควรวางยังไงให้จัดการง่ายเมื่อธุรกิจโตขึ้น

โครงสร้างบัญชี Google Ads ที่ดีคือแบ่ง Account, Campaign, Ad Group ให้ชัดตั้งแต่วันแรก จัดกลุ่มตามเป้าหมายและสินค้า เพื่อให้อ่านผลง่ายและขยายได้ตอนธุรกิจโต

มุมมอง

อ่านเวอร์ชันสรุปด้วย AI

โครงสร้างบัญชี Google Ads ที่จัดการง่ายเริ่มจากการแบ่งเป็น 3 ชั้นให้ชัดตั้งแต่วันแรก คือ Account, Campaign และ Ad Group โดยจัดกลุ่มตามเป้าหมาย ประเภทสินค้า หรือพื้นที่ ไม่ใช่ยัดทุกอย่างไว้ในแคมเปญเดียว วิธีคิดง่ายๆ คือวางเหมือนตู้เก็บเอกสารที่มีลิ้นชักและแฟ้มแยกชัดเจน พอธุรกิจโตขึ้นแล้วเพิ่มสินค้าหรือสาขา ก็แค่เพิ่มแคมเปญใหม่เข้าไป ไม่ต้องมารื้อของเก่าทั้งหมด บทความนี้อธิบายว่าแต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร และควรวางยังไงให้รองรับการขยายในอนาคต

โครงสร้างบัญชี Google Ads มีกี่ชั้น แต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร

บัญชี Google Ads แบ่งเป็น 3 ชั้นหลักที่ซ้อนกันลงมา

  • Account คือบัญชีธุรกิจของคุณ เก็บข้อมูลการเรียกเก็บเงิน สิทธิ์การเข้าถึง และแคมเปญทั้งหมด ปกติหนึ่งธุรกิจใช้หนึ่งบัญชี
  • Campaign คือชั้นที่กำหนดงบประมาณต่อวัน ประเภทโฆษณา และพื้นที่เป้าหมาย แต่ละแคมเปญควรมีเป้าหมายเดียวชัดเจน เช่น ขายสินค้ากลุ่ม A หรือหาลูกค้าในกรุงเทพฯ
  • Ad Group คือชั้นที่รวมคีย์เวิร์ดและโฆษณาที่เกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกัน หนึ่งแคมเปญมีได้หลาย Ad Group เพื่อแยกธีมย่อย

เข้าใจง่ายๆ ว่า Campaign คือการตั้งงบและขอบเขต ส่วน Ad Group คือการจัดกลุ่มคำค้นและข้อความให้ตรงกัน คนที่ค้นคำต่างกันจะได้เห็นโฆษณาที่ตรงกับสิ่งที่เขาหา

ภาพรวมบทความนี้ บัญชีแอดโตจนจัดการยาก 1 โครงสร้างบัญชี Google Ads มีกี่ชั้น แต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร 2 ทำไมต้องวางโครงสร้างให้ดีตั้งแต่วันแรก 3 ควรแบ่ง Campaign และ Ad Group ตามอะไร 4 ตั้งชื่อแคมเปญยังไงให้อ่านผลง่ายตอนธุรกิจโต 5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องมารื้อโครงสร้างทีหลัง 6 Next Rocket ช่วยวางโครงสร้างบัญชีให้รองรับการเติบโตยังไง ภาพรวมบทความนี้ บัญชีแอดโตจนจัดการยาก 1 โครงสร้างบัญชี Google Ads มีกี่ชั้นแต่ละชั้นทำหน้าที่อะไร 2 ทำไมต้องวางโครงสร้างให้ดีตั้งแต่วันแรก 3 ควรแบ่ง Campaign และ Ad Groupตามอะไร 4 ตั้งชื่อแคมเปญยังไงให้อ่านผลง่ายตอนธุรกิจโต 5 ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องมารื้อโครงสร้างทีหลัง 6 Next Rocket ช่วยวางโครงสร้างบัญชีให้รองรับการเติบโตยังไง
ภาพ: ภาพรวมหัวข้อในบทความนี้

ทำไมต้องวางโครงสร้างให้ดีตั้งแต่วันแรก

เหตุผลหลักคือ Google ต้องใช้ข้อมูลสะสมในการเรียนรู้ว่าโฆษณาไหนได้ผล ถ้าโครงสร้างสับสนตั้งแต่แรก ข้อมูลจะกระจัดกระจายจนอ่านผลไม่ออก และเวลาต้องปรับงบก็ไม่รู้ว่าควรเพิ่มตรงไหน

อีกเรื่องคือการรื้อโครงสร้างทีหลังมีต้นทุน เพราะแคมเปญที่สะสมข้อมูลมานานถ้าลบทิ้งแล้วสร้างใหม่ ระบบก็ต้องเริ่มเรียนรู้ใหม่ตั้งแต่ศูนย์ ยิ่งธุรกิจโตเร็วเท่าไหร่ การมาแก้ทีหลังยิ่งยุ่งและเสียเวลามากขึ้น การวางให้ดีตั้งแต่ต้นจึงประหยัดกว่าในระยะยาว

ควรแบ่ง Campaign และ Ad Group ตามอะไร

หลักที่ใช้ได้กับธุรกิจส่วนใหญ่คือแบ่งตามสิ่งที่คุณอยากควบคุมงบและอ่านผลแยกกัน

  • แบ่งตาม ประเภทสินค้าหรือบริการ เช่น แยกแคมเปญสินค้ากลุ่มราคาสูงกับกลุ่มราคาต่ำ เพราะพฤติกรรมการซื้อต่างกัน
  • แบ่งตาม พื้นที่ ถ้าคุณขายหลายจังหวัดและอยากรู้ว่าพื้นที่ไหนคุ้มกว่า
  • แบ่งตาม เป้าหมาย เช่น แยกแคมเปญที่เน้นยอดขายกับแคมเปญที่เน้นเก็บรายชื่อลูกค้า

ส่วน Ad Group ภายในแคมเปญ ให้แยกตามธีมของคีย์เวิร์ด คำที่ความหมายใกล้กันอยู่กลุ่มเดียวกัน เพื่อให้เขียนข้อความโฆษณาได้ตรงกับคำค้นจริง

ตั้งชื่อแคมเปญยังไงให้อ่านผลง่ายตอนธุรกิจโต

ตั้งชื่อแบบมีรูปแบบเดียวกันทั้งบัญชี จะช่วยให้เปิดหน้ารายงานแล้วเข้าใจทันทีว่าแต่ละแคมเปญคืออะไร ลองใช้โครงแบบนี้

[ประเภท] - [สินค้า/บริการ] - [พื้นที่] - [เป้าหมาย] เช่น Search - รองเท้าวิ่ง - กทม - ยอดขาย

ข้อดีคือเวลามีหลายสิบแคมเปญ คุณกรองและเรียงดูได้ง่าย และคนใหม่ที่เข้ามาดูแลต่อก็เข้าใจโครงสร้างได้เร็วโดยไม่ต้องมาถามทีละอัน ตกลงรูปแบบชื่อกับทีมให้ชัดตั้งแต่วันแรกและใช้เหมือนกันทุกครั้ง

ข้อผิดพลาดที่ทำให้ต้องมารื้อโครงสร้างทีหลัง

สามข้อที่เจอบ่อยและทำให้ต้องมาแก้ทีหลัง

  • ยัดทุกสินค้าไว้ในแคมเปญเดียว ทำให้งบไหลไปกองที่สินค้าตัวเดียว และแยกไม่ออกว่าตัวไหนขายดี
  • ใส่คีย์เวิร์ดหลายร้อยคำใน Ad Group เดียว ข้อความโฆษณาจะไม่ตรงกับคำค้น คะแนนคุณภาพก็ตกตาม
  • ไม่มีระบบตั้งชื่อ พอแคมเปญเยอะขึ้นก็หากันไม่เจอ และรายงานผลรวมก็อ่านยาก

ทั้งสามข้อนี้ป้องกันได้ตั้งแต่ต้นด้วยการวางแผนก่อนสร้างแคมเปญจริง แค่ใช้เวลาคิดโครงสร้างสักหน่อยก็ช่วยประหยัดเวลาแก้ทีหลังได้มาก

Next Rocket ช่วยวางโครงสร้างบัญชีให้รองรับการเติบโตยังไง

การวางโครงสร้างที่รองรับการโตต้องคิดล่วงหน้าว่าอีกหนึ่งถึงสองปีข้างหน้าธุรกิจจะเพิ่มสินค้าหรือสาขาอะไรบ้าง แล้วออกแบบให้เพิ่มเข้าไปได้โดยไม่กระทบของเดิม จุดนี้คือสิ่งที่ประสบการณ์ช่วยได้ Next Rocket ทำงานด้านนี้มาตั้งแต่ปี 2018 และดูแลแคมเปญให้แบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ จึงเห็นรูปแบบว่าธุรกิจแต่ละประเภทควรวางโครงสร้างแบบไหนถึงจะโตต่อได้ง่าย

ถ้าคุณกำลังจะเริ่มทำ Google Ads หรือรู้สึกว่าบัญชีเดิมเริ่มยุ่งจนอ่านผลไม่ออก บริการของ Next Rocket ช่วยจัดโครงสร้างบัญชีใหม่ให้เป็นระบบ หรือ ปรึกษาทีม Next Rocket เพื่อประเมินโครงสร้างปัจจุบันก่อนขยายในขั้นต่อไป

เพิ่ม Next Rocket เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google เลือก Next Rocket เป็นแหล่งที่คุณเชื่อถือ เพื่อให้ Google แสดงเนื้อหาจากเราบ่อยขึ้นในส่วนเรื่องเด่น
เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

คำถามที่พบบ่อย

หนึ่งธุรกิจควรมีกี่บัญชี Google Ads
ปกติใช้บัญชีเดียวก็พอสำหรับธุรกิจทั่วไป เพราะจัดการงบและดูผลรวมได้ในที่เดียว การแยกหลายบัญชีเหมาะกับกรณีที่มีหลายธุรกิจหรือหลายแบรนด์ที่แยกการเงินกันชัดเจนเท่านั้น
ถ้าโครงสร้างเดิมสับสนแล้ว ควรรื้อทำใหม่เลยไหม
ไม่จำเป็นต้องรื้อทั้งหมดในครั้งเดียว เพราะจะเสียข้อมูลที่สะสมมา แนะนำให้ค่อยๆ จัดใหม่ทีละแคมเปญ โดยเริ่มจากส่วนที่สับสนก่อน แล้วดูผลเทียบระหว่างทาง
Ad Group หนึ่งควรมีคีย์เวิร์ดกี่คำ
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่หลักคือให้คำในกลุ่มเดียวกันมีความหมายใกล้เคียงกันพอที่จะเขียนข้อความโฆษณาชุดเดียวให้ตรงกับทุกคำได้ ถ้าเริ่มเขียนข้อความให้ครอบคลุมยาก แปลว่าควรแยก Ad Group เพิ่ม
การแยกบัญชี Google Ads ตามแบรนด์มีประโยชน์อย่างไร?
ช่วยให้การจัดการโฆษณาเป็นไปได้ง่ายขึ้นและสามารถติดตามผลแยกตามแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
ควรใช้คีย์เวิร์ดแบบไหนใน Campaign?
ควรใช้คีย์เวิร์ดที่ตรงกับความต้องการและพฤติกรรมการค้นหาของกลุ่มเป้าหมาย
Kritsaphat (Might) Ruengpeerapat

ผู้เขียน

Kritsaphat (Might) Ruengpeerapat

CAIO & Co-Founder, Next Rocket

Former CMO (5 yrs), now CAIO and Co-Founder Performance Agency. เชี่ยวชาญ marketing strategy, campaign management และ AI automation ที่ทำให้ทีมการตลาดทำงานได้เร็วขึ้นจริง ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร. Certified: Anthropic AI Fluency, Harvard Business School Online.

ดูโปรไฟล์ LinkedIn

พร้อมเริ่มแล้วหรือยัง

ให้ทีม Next Rocket ช่วยวางแผนและลงมือทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ติดต่อเรา