Retainer Fee กับ Performance Feeจ่ายรายเดือนหรือจ่ายตามผล

เลือกเอเจนซี่การตลาด

Retainer Fee กับ Performance Fee ของ Marketing Agency ต่างกันยังไง แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ

Retainer Fee คือค่าบริการรายเดือนคงที่ Performance Fee คือจ่ายตามผลลัพธ์ บทความนี้เทียบข้อดีข้อเสียของทั้งสองแบบ พร้อมเกณฑ์เลือกให้เหมาะกับธุรกิจ

มุมมอง

อ่านเวอร์ชันสรุปด้วย AI

Retainer Fee คือการจ่ายค่าบริการรายเดือนแบบคงที่ให้ agency ดูแลงานตามขอบเขตที่ตกลง ส่วน Performance Fee คือการจ่ายตามผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริง เช่นตามยอดขายหรือจำนวนลีด สองแบบนี้ต่างกันที่ความเสี่ยงและการควบคุมงบ ธุรกิจที่อยากได้ทีมดูแลต่อเนื่องมักเหมาะกับ Retainer ส่วนธุรกิจที่อยากผูกค่าใช้จ่ายกับผลลัพธ์มักสนใจ Performance

Retainer Fee คืออะไร เหมาะกับใคร?

Retainer Fee คือค่าบริการรายเดือนที่ตกลงไว้ล่วงหน้า ครอบคลุมงานตามขอบเขตที่กำหนด เช่นการดูแลแคมเปญ การทำรายงาน และการปรับกลยุทธ์ ธุรกิจรู้ต้นทุนต่อเดือนชัดเจนตั้งแต่ต้น วางแผนกระแสเงินสดได้ง่าย

แบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการทีมดูแลอย่างต่อเนื่องและงานที่หลากหลายกว่าการยิงแอดอย่างเดียว เช่นทำคอนเทนต์ ดูแลหลายช่องทางพร้อมกัน หรือวางระบบระยะยาว เพราะ agency มีแรงจูงใจจะลงเวลากับงานที่ไม่ได้เห็นผลเป็นยอดขายทันทีแต่สำคัญต่อภาพรวม

ภาพรวมบทความนี้ จ่ายรายเดือนหรือจ่ายตามผล 1 Retainer Fee คืออะไร เหมาะกับใคร? 2 Performance Fee คืออะไร ทำงานยังไง? 3 ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบมีอะไรบ้าง? 4 ธุรกิจแบบไหนควรเลือกแบบไหน? 5 ควรตกลงอะไรให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา? ภาพรวมบทความนี้ จ่ายรายเดือนหรือจ่ายตามผล 1 Retainer Fee คืออะไร เหมาะกับใคร? 2 Performance Fee คืออะไร ทำงานยังไง? 3 ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบมีอะไรบ้าง? 4 ธุรกิจแบบไหนควรเลือกแบบไหน? 5 ควรตกลงอะไรให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา?
ภาพ: ภาพรวมหัวข้อในบทความนี้

Performance Fee คืออะไร ทำงานยังไง?

Performance Fee คือการจ่ายค่าบริการโดยผูกกับผลลัพธ์ เช่นเปอร์เซ็นต์จากยอดขายที่โฆษณาสร้างได้ หรือค่าตอบแทนต่อจำนวนลีดที่ส่งให้ทีมขาย ข้อดีคือธุรกิจจ่ายมากเมื่อได้ผลมาก และจ่ายน้อยลงเมื่อผลไม่เป็นไปตามเป้า

แต่รูปแบบนี้มีรายละเอียดที่ต้องตกลงให้ชัด เช่นนับผลลัพธ์จากอะไร ใช้ระบบไหนวัด และแยกยอดที่มาจากโฆษณาออกจากยอดที่ลูกค้าจะซื้ออยู่แล้วยังไง ถ้าตกลงนิยามไม่ชัดตั้งแต่ต้น มักเกิดข้อโต้แย้งเรื่องตัวเลขทีหลัง

ข้อดีข้อเสียของแต่ละแบบมีอะไรบ้าง?

หัวข้อRetainer FeePerformance Fee
ความชัดของต้นทุนรู้ค่าใช้จ่ายคงที่ทุกเดือน วางแผนง่ายค่าใช้จ่ายผันตามผล คาดเดายากกว่า
ความเสี่ยงธุรกิจรับความเสี่ยงว่าผลอาจไม่คุ้มค่าจ้างagency รับความเสี่ยงร่วมมากขึ้น
ขอบเขตงานครอบคลุมงานหลากหลายรวมงานระยะยาวมักโฟกัสงานที่วัดผลเป็นตัวเลขได้
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องการทีมดูแลต่อเนื่องธุรกิจที่อยากผูกค่าใช้จ่ายกับยอด

จะเห็นว่าไม่มีแบบไหนดีกว่ากันในทุกกรณี แต่ละแบบเหมาะกับเป้าหมายและระดับความเสี่ยงที่ธุรกิจรับได้ต่างกัน

ธุรกิจแบบไหนควรเลือกแบบไหน?

ถ้าธุรกิจต้องการงานที่มากกว่าการยิงแอด เช่นวางแบรนด์ ทำคอนเทนต์ต่อเนื่อง หรือดูแลหลายช่องทางไปพร้อมกัน Retainer มักตอบโจทย์กว่า เพราะครอบคลุมงานที่ไม่ได้เห็นผลเป็นยอดทันทีแต่จำเป็นต่อการเติบโต

ถ้าธุรกิจมีสินค้าและระบบปิดการขายที่พร้อมแล้ว วัดผลได้ชัดเป็นตัวเลข และอยากให้ค่าใช้จ่ายขยับตามผล Performance ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ หลายธุรกิจเลือกใช้แบบผสม คือจ่าย Retainer ส่วนหนึ่งเป็นฐาน แล้วเพิ่ม Performance เมื่อทำผลเกินเป้า เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายมีแรงจูงใจตรงกัน

ควรตกลงอะไรให้ชัดก่อนเซ็นสัญญา?

ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน สิ่งที่ต้องคุยให้จบก่อนเริ่มคือขอบเขตงาน วิธีวัดผล ความถี่ในการรายงาน และเงื่อนไขการปรับกลยุทธ์ ยิ่งนิยามของคำว่าผลลัพธ์ชัดเท่าไหร่ โอกาสเข้าใจไม่ตรงกันทีหลังยิ่งน้อย

Next Rocket ทำงานกับแบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ตั้งแต่ปี 2018 และปรับรูปแบบค่าบริการให้เหมาะกับเป้าหมายและสเกลของแต่ละธุรกิจ ไม่ได้บังคับให้ทุกคนใช้แบบเดียวกัน ถ้าอยากได้คำแนะนำว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับ Retainer, Performance หรือแบบผสม ดูรายละเอียด บริการของ Next Rocket ได้เลย

เพิ่ม Next Rocket เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google เลือก Next Rocket เป็นแหล่งที่คุณเชื่อถือ เพื่อให้ Google แสดงเนื้อหาจากเราบ่อยขึ้นในส่วนเรื่องเด่น
เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

คำถามที่พบบ่อย

แบบผสมระหว่าง Retainer กับ Performance ทำงานยังไง?
แบบผสมคือจ่าย Retainer เป็นค่าฐานรายเดือนเพื่อครอบคลุมงานดูแลต่อเนื่อง แล้วเพิ่มส่วน Performance เมื่อผลลัพธ์เกินเป้าที่ตกลงไว้ วิธีนี้ช่วยให้ agency มีทรัพยากรพอจะทำงานระยะยาว และยังมีแรงจูงใจดันผลให้เกินเป้าไปพร้อมกัน
Performance Fee ถูกกว่า Retainer จริงไหมถ้าธุรกิจยังเล็ก?
ไม่จำเป็นเสมอไป Performance อาจดูปลอดภัยเพราะจ่ายตามผล แต่ถ้าธุรกิจยังไม่มีระบบปิดการขายที่พร้อม ผลลัพธ์อาจไม่เกิดและงานพื้นฐานหลายอย่างก็จะไม่ถูกทำ ควรดูที่ความพร้อมของระบบขายมากกว่าดูแค่ตัวเลขค่าบริการ
ถ้าเลือก Performance Fee ต้องระวังอะไรเป็นพิเศษ?
ต้องตกลงให้ชัดว่านับผลลัพธ์จากอะไร ใช้ระบบไหนวัด และแยกยอดที่มาจากโฆษณาออกจากยอดที่ลูกค้าจะซื้ออยู่แล้วยังไง เพราะถ้านิยามไม่ชัด มักเกิดข้อโต้แย้งเรื่องตัวเลขระหว่างทาง
Kritsaphat (Might) Ruengpeerapat

ผู้เขียน

Kritsaphat (Might) Ruengpeerapat

CAIO & Co-Founder, Next Rocket

Former CMO (5 yrs), now CAIO and Co-Founder Performance Agency. เชี่ยวชาญ marketing strategy, campaign management และ AI automation ที่ทำให้ทีมการตลาดทำงานได้เร็วขึ้นจริง ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร. Certified: Anthropic AI Fluency, Harvard Business School Online.

ดูโปรไฟล์ LinkedIn

พร้อมเริ่มแล้วหรือยัง

ให้ทีม Next Rocket ช่วยวางแผนและลงมือทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ติดต่อเรา