สัญญาจ้าง Marketing agencyงานนี้รวมในค่าจ้างไหม

เลือกเอเจนซี่การตลาด

สัญญาจ้าง Marketing agency ควรระบุ Scope of Work อะไรบ้างเพื่อกันปัญหาทีหลัง

Scope of Work ในสัญญาจ้าง Marketing agency ควรระบุจำนวนแคมเปญและชิ้นงาน ความถี่รายงาน ช่องทางที่ดูแล และเงื่อนไขปรับกลยุทธ์ เพื่อกันความเข้าใจผิดระหว่างทาง อ่านที่นี่

มุมมอง

อ่านเวอร์ชันสรุปด้วย AI

Scope of Work ในสัญญาจ้าง Marketing agency ควรระบุอย่างน้อยห้าเรื่อง คือปริมาณงานที่จับต้องได้อย่างจำนวนแคมเปญและชิ้นงาน ช่องทางที่ดูแล ความถี่และรูปแบบการรายงาน เงื่อนไขการปรับกลยุทธ์ และสิ่งที่ไม่รวมในบริการ การเขียนให้ชัดตั้งแต่ต้นช่วยกันความเข้าใจผิดที่มักเกิดกลางทาง เพราะปัญหาส่วนใหญ่มาจากการตกลงกันแบบหลวมๆ ไม่ใช่ฝีมือทีม บทความนี้สรุปว่าควรใส่รายละเอียดอะไรบ้างให้ครบ

ทำไม Scope of Work ถึงสำคัญกับสัญญาจ้าง agency

Scope of Work คือส่วนที่บอกว่าคุณจ่ายเงินแลกกับงานอะไร ถ้าเขียนกว้างเกินไป ทั้งสองฝั่งมักคาดหวังไม่ตรงกัน ฝั่งคุณอาจคิดว่ารวมงานบางอย่าง ส่วนทีมอาจคิดว่าเป็นงานที่ต้องคิดเพิ่ม พอถึงเวลาจริงจึงเกิดความอึดอัด

การเขียนขอบเขตให้เป็นรูปธรรมช่วยให้ทุกคนเห็นภาพเดียวกันตั้งแต่ต้น และเวลามีงานนอกเหนือจากที่ตกลง ก็มีเส้นชัดว่าอันไหนรวมแล้วอันไหนคิดเพิ่ม ความชัดตรงนี้ลดการเถียงกันทีหลังได้มาก

ภาพรวมบทความนี้ งานนี้รวมในค่าจ้างไหม 1 ทำไม Scope of Work ถึงสำคัญกับสัญญาจ้าง agency 2 Scope of Work ควรระบุปริมาณงานอะไรบ้าง 3 เรื่องรายงานและการวัดผลควรเขียนยังไง 4 เงื่อนไขปรับกลยุทธ์และของที่ไม่รวมในบริการ 5 เขียน Scope of Work ให้กันปัญหาได้ยังไง ภาพรวมบทความนี้ งานนี้รวมในค่าจ้างไหม 1 ทำไม Scope of Work ถึงสำคัญกับสัญญาจ้าง agency 2 Scope of Work ควรระบุปริมาณงานอะไรบ้าง 3 เรื่องรายงานและการวัดผลควรเขียนยังไง 4 เงื่อนไขปรับกลยุทธ์และของที่ไม่รวมในบริการ 5 เขียน Scope of Work ให้กันปัญหาได้ยังไง
ภาพ: ภาพรวมหัวข้อในบทความนี้

Scope of Work ควรระบุปริมาณงานอะไรบ้าง

หัวใจของขอบเขตงานคือปริมาณที่จับต้องได้ ไม่ใช่คำกว้างๆ อย่างดูแลการตลาดให้ครบ ควรลงรายละเอียดเป็นตัวเลขหรือรายการที่วัดได้

หมวดสิ่งที่ควรระบุ
แคมเปญโฆษณาจำนวนแคมเปญและแพลตฟอร์มที่ดูแลต่อเดือน
ชิ้นงานครีเอทีฟจำนวนภาพ วิดีโอ หรือคอนเทนต์ต่อรอบ
คอนเทนต์และ SEOจำนวนบทความหรือคีย์เวิร์ดที่โฟกัส
รอบการทำงานความถี่ที่ส่งงานและปรับแคมเปญ

ถ้าเป็นไปได้ ให้ระบุด้วยว่าจำนวนที่ตกลงเป็นขั้นต่ำหรือเพดาน และถ้าต้องการเพิ่มจะคิดเงินอย่างไร ตัวเลขที่ชัดช่วยให้ทั้งสองฝั่งวางแผนได้ตรงกัน

เรื่องรายงานและการวัดผลควรเขียนยังไง

ขอบเขตงานควรระบุด้วยว่าจะรายงานผลอย่างไร เพราะการวัดผลคือสิ่งที่บอกว่าเงินที่จ่ายไปได้อะไรกลับมา ถ้าไม่เขียนไว้ อาจกลายเป็นต่างคนต่างเข้าใจว่าความสำเร็จหน้าตาเป็นแบบไหน

  • ตัวชี้วัดหลักที่ใช้วัด เช่นยอดขาย ลีด หรือ ROAS ให้ตรงกับเป้าธุรกิจ
  • ความถี่ของรายงาน เช่นทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน
  • รูปแบบรายงานและช่องทางที่ส่ง
  • การแยกให้เห็นว่าเงินไปที่ค่าโฆษณาเท่าไหร่ ค่าบริการเท่าไหร่

เมื่อทุกฝ่ายเห็นตรงกันว่าจะวัดอะไรและวัดบ่อยแค่ไหน การคุยเรื่องผลงานในแต่ละรอบก็อยู่บนพื้นฐานเดียวกัน ไม่กลายเป็นการเถียงกันด้วยความรู้สึก

เงื่อนไขปรับกลยุทธ์และของที่ไม่รวมในบริการ

การตลาดเปลี่ยนตามผลลัพธ์และสถานการณ์ตลอด สัญญาที่ดีจึงควรเผื่อเรื่องการปรับกลยุทธ์ไว้ ไม่ใช่ล็อกทุกอย่างตายตัวจนขยับไม่ได้ ควรเขียนให้ชัดว่าเมื่อผลไม่เป็นไปตามเป้า จะทบทวนและปรับแผนกันอย่างไรและบ่อยแค่ไหน

อีกส่วนที่มักลืมคือการระบุสิ่งที่ไม่รวมในบริการ เช่นค่าโฆษณาที่จ่ายให้แพลตฟอร์ม ค่าถ่ายทำ หรือค่าเครื่องมือเสริม การเขียนของที่ไม่รวมไว้ตรงๆ ช่วยกันงบบานปลายและกันความรู้สึกว่าถูกคิดเงินเพิ่มโดยไม่ได้ตกลง

เขียน Scope of Work ให้กันปัญหาได้ยังไง

หลักง่ายๆ คือเขียนให้คนนอกที่ไม่รู้เรื่องมาก่อนอ่านแล้วเข้าใจตรงกันว่าใครทำอะไร เท่าไหร่ วัดผลยังไง และอะไรไม่รวม ถ้าจุดไหนยังตอบด้วยคำกว้างๆ ได้ แปลว่าจุดนั้นยังไม่ชัดพอและควรเขียนเพิ่ม

ทางที่ช่วยได้คือเริ่มจากทีมที่ระบุขอบเขตชัดเจนตั้งแต่ต้น ทีม บริการของ Next Rocket ทำงานแบบเขียน Scope of Work ให้เห็นภาพตรงกันก่อนเริ่มงาน ทั้งปริมาณงาน การวัดผล และสิ่งที่รวมหรือไม่รวม เราทำงานกับแบรนด์มากกว่า 50 แบรนด์ตั้งแต่ปี 2018 และช่วยธุรกิจสร้างมูลค่า Conversion รวมกว่า 150 ล้านบาท จึงรู้ว่าความชัดเจนตั้งแต่ต้นช่วยให้งานเดินราบรื่นและลดปัญหากลางทาง

เพิ่ม Next Rocket เป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการบน Google เลือก Next Rocket เป็นแหล่งที่คุณเชื่อถือ เพื่อให้ Google แสดงเนื้อหาจากเราบ่อยขึ้นในส่วนเรื่องเด่น
เพิ่มเป็นแหล่งข้อมูลที่ต้องการ

คำถามที่พบบ่อย

Scope of Work ควรแก้ระหว่างสัญญาได้ไหม
ควรแก้ได้ เพราะเป้าหมายและสถานการณ์เปลี่ยนไปได้ระหว่างทาง สิ่งที่ดีคือเขียนไว้ว่าถ้าจะปรับขอบเขตต้องตกลงกันเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเห็นตรงกันว่าปริมาณงานและค่าบริการเปลี่ยนตามไปด้วยหรือไม่
ถ้างานจริงมากกว่าที่ระบุใน Scope ควรทำยังไง
ให้ยึดตามที่เขียนไว้เป็นฐานก่อน แล้วคุยกันว่าส่วนที่เกินคิดเป็นงานเพิ่มหรือปรับขอบเขตใหม่ การมีเส้นชัดว่าอะไรรวมแล้วช่วยให้การคุยเรื่องงานเพิ่มเป็นเรื่องปกติ ไม่กลายเป็นความอึดอัดระหว่างกัน
Scope of Work ควรปรับเปลี่ยนบ่อยแค่ไหน?
ควรปรับเปลี่ยนเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงในวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์การตลาด หากมีการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
การระบุ KPI ใน Scope of Work สำคัญอย่างไร?
การระบุ KPI ช่วยให้สามารถวัดผลสำเร็จของแคมเปญได้อย่างชัดเจนและเป็นระบบ
Kritsaphat (Might) Ruengpeerapat

ผู้เขียน

Kritsaphat (Might) Ruengpeerapat

CAIO & Co-Founder, Next Rocket

Former CMO (5 yrs), now CAIO and Co-Founder Performance Agency. เชี่ยวชาญ marketing strategy, campaign management และ AI automation ที่ทำให้ทีมการตลาดทำงานได้เร็วขึ้นจริง ได้รับความไว้วางใจจากองค์กร. Certified: Anthropic AI Fluency, Harvard Business School Online.

ดูโปรไฟล์ LinkedIn

พร้อมเริ่มแล้วหรือยัง

ให้ทีม Next Rocket ช่วยวางแผนและลงมือทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต

ติดต่อเรา